หมายเหตุเบื้องต้น

คู่เกย์ ในที่นี้หมายถึงพวกรักร่วมเพศ เกย์ ทอม กระเทย เลส ทุกเพศ ที่ต้องการอยู่ด้วยกันแบบ คู่ชีวิตนะคะ

ไม่เอาแบบ อยู่เล่นๆ ทดลองงานสามเดือนเปลี่ยน

หมายเหตุที่สอง

ไม่ได้มีเจตนา เหยียด หรือ แบ่งแยกเพศนะคะ (เพราะเจ้าของบล๊อก ก็เป็นเกย์ชนิดหนึ่งเช่นกัน)

 

ตอนนี้ จะเห็นได้ว่า เริ่มมีการตื่นตัวเรื่องเพศที่สาม (อย่างอิชั้น) มากขึ้น

ตัวอย่าง เห็นได้จากประเทศต่างๆทั่วโลกค่ะ เช่น

ปี 2001 ประเทศเนเธอร์แลนด์

นี่ก็เป็นประเทศแรกเลยนะคะ ที่ยอมรับให้มีการแต่งงานของ เกย์ หรือ เลสเบี้ยนได้

แล้วพอ ปี 2003 ประเทศเบลเยี่ยมก็ตามมาติดๆค่ะ

พอปี 2005 แคนาดา สเปน แล้วก็ อังกฤษ ก็มีเหมือนกันค่ะ

แต่ยังไงก็ตาม พวกโบสถ์ในนิกายโรมันคาธอลิก ยังไม่ยอมรับนะคะ

ทีนี้ ก็มีปัญหาตามมา แบบ เมืองไทย ที่ชอบบอกว่า

เรา เสรี เรื่องเพศที่สาม ........ แต่แต่งงานกัน อยู่กินกันไม่ได้ค่ะ ไม่มีกฏหมายรองรับ

ประเทศอื่นๆ ก็มีการตื่นตัว ในเรื่อง กฏหมายรองรับ การอยู่กินกันของเพศที่สาม เช่น

นอร์เวย์ ค่ะ ..... ให้เกย์ เลสเบี้ยน แต่งงานกันได้ แถมรับบุตรบุญธรรมได้อีกตะหาก

แถมโชคชั้นสอง...... หนุ่มหัวใจหญิง หรือ สาวหัวใจชาย ที่แปลงเพศแล้ว ผสมเทียมได้ด้วยค่ะ

ตามมาติดๆด้วยสเปน.......ให้แต่งงานกันได้เหมือนกัน

ทีนี้ ประเทศอื่น ก็กลัวจะน้อยหน้า เดี๋ยวจะหาว่า ริดรอนสิทธิมนุษยชน เลยยกขบวน ออกกฏหมายกันใหญ่

แต่ว่า.....ยังไม่เปิดกว้างขนาดยอมรับ ให้แต่งงานไ้ด้ค่ะ แค่ให้ใช้ชีวิตคู่อยู่ร่วมกันได้เท่านั้น

แบบที่เรียกว่า Life Partner ค่ะ

ประเทศแรกเลย คือ เดนมาร์ก แล้ว ประเทศในกลุ่มนอร์ดิก ทั้งหลายก็ทยอยทำตามค่ะ

ประเทศเหล่านี้ยอมรับเรื่องการใช้ชีวิตนี้อย่างถูกกฏหมาย แถมมีสิทธิในมรดก ภาษี อีกด้วย

ส่วนฝรั่งเศส ก็ยอมรับเหมือนกันค่ะ เรียกว่า ข้อตกลงเพื่อความสมานฉันท์ของประชาชน

(Pact of Civil Solidarity หรือ PACS)

ที่ อเมริกา ก็ไม่น้อยหน้าค่ะ บางรัฐ เช่น เวอร์มอนต์ คอนเนคติคัต(รัฐที่เจ้าของบล๊อกเรียนสมัยมอปลายค่ะ)

ฮาวาย เมน นิวเจอร์ซีย์ เหล่านี้ ยอมรับวิถีทางแบบ Life Partner นี้ค่ะ

ที่ เยอรมัน ก็มีนะคะ ยอมรับ ให้อยู่กันได้ค่ะ เป็นคู่ชีวิตกันได้ แต่ห้าม ลดหย่อนภาษี กับ ห้ามรับบุตรบุญธรรม

 

ทีนี้ ก็มี คนไทยสมองใสค่ะ .....จูงมือกับคู่ชีวิต ไปเลย

"ตัวเอง เราไปแต่งงานกันที่นอร์เวย์ดีกว่าเนอะ.....เค้าให้แต่งงานได้"

พี่ไทย เลย ออกกฏหมายมากันไว้เลยค่ะ

" กฎหมายไทยไม่ยอมรับการจดทะเบียนใช้ชีวิตสมรสของบุคคลเพศเดียวกันตามกฎหมายของประเทศอื่น"

 

ก็แห้วกันไปค่ะ

 

ทีนี้.....ปัญหาสำคัญ ที่อยากถามขอความเห็นมีอยู่ว่า....

สมมติว่า มีคู่รักร่วมเพศคู่หนึ่ง เอาเป็นคู่ข้าพเจ้ากับน้องรั้วก็ได้อะ 

(สมมติ นะคะ แหะแหะ เดี๋ยวจะคิดว่าอยากรับจริง)

สมมติว่า..... นู๋ กับน้องรั้ว เกิด ตกลงปลงใจ อยากอยู่เป็นคู่ชีวิตกัน....กฏหมายไม่ยอมรับก้ไม่เป็นไร

ทีนี้ อยู่ๆ ไป อุ๊ย....เหงาจังเลยตัวเอง รับเด็กมาเป็นลูกบุญธรรมดีกว่า

แต่กฏหมายไทย ไม่อนุญาตค่ะ......ทำไงดี

ล่าห้าหมื่นชื่อ เสนอร่างกฏหมายดีมั้ย....เพราะมันเป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชนนี่

(.....ความคิดแบบนี้ เริ่มต้น เพราะเรียนนิติจริงๆค่ะ....)

อยากถามสหายว่า......

คิดว่า การที่คู่รักร่วมเพศ รับเด็กมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมเนี่ย.....มีข้อสนับสนุน หรือ ข้อโต้แย้งยังไงบ้างคะ

เช่น

ข้อสนับสนุน : สิทธิมนุษยชน....ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนทำไมจะรับไม่ได้

ข้อโต้แย้ง : เด็กที่รับมา...จะเกิดปมด้อยในใจหรือเปล่า...เห้ยๆ เด็กคนนี้มีพ่อเป้นผู้หญิงเว่ย

หรือ จะยิ่งเป็นแบบอย่างให้เด็กเกิดการเลียนแบบหรือเปล่า....

กลายเป็น เด็กจะคิดว่ารักร่วมเพศ เป็นสิ่งที่ น่านิยมชมชอบหรือเปล่า เป็นต้น

 

 

เปิดรับทุกความคิดเห็นค่าาาาา

(ความจริง เค้าเก็บข้อมูล ดูความคิดเห็นและท่าที ของคนไทยที่มีต่อเรื่องนี้อยู่อะค่ะ

กำลังทำงานวิจัยชิ้นนึง เกี่ยวกับการผ่านร่างกฏหมายสิทธิต่างๆ ของ พวกรักร่วมเพศ

เลยอยากจะขอความอนุเคราะห์ ช่วยแสดงความคิดเห็นได้เลยค่ะ)

(แต่อย่าด่าหนูนะ)

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สงสารเด็ก
แล้วเกย์ ชายชายทำไงอ่ะ sad smile

#1 By all4teen on 2008-11-21 01:54

ในความคิดผมนะ ผมว่า...
การที่คู่สามีภรรยารักร่วมเพศทั้งชายและหญิง
หากต้องการจะรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมจริง
ผมอยากให้รับเมื่อถึงวัยที่เด็กสามารถ
รับรู้และเข้าใจได้ว่า เกย์ ทอม ดี้ เลสเบี้ยน ฯลฯ
คืออะไรก่อน?
เพื่อให้ตัวของเด็กเองเป็นคนตัดสินใจได้เองว่า
พร้อมที่จะไปอยู่กับพ่อแม่หรือไม่
เพราะผมว่าสิทธิมนุษยชนที่แท้จริง
ควรจะอยู่ที่ตัวเด็กมากกว่าตัวพ่อแม่ครับ
พ่อแม่ยังไงก็ต้องตรวจสอบอยู่แล้ว
ว่าสามารถรับลูกบุญธรรมไปเลี้ยงได้จริงหรือไม่
แล้วตัวลูกล่ะ? เค้าพร้อมที่จะไปอยู่กับพ่อและแม่รึเปล่า

ส่วนเรื่องเด็กจะคิดว่ารักร่วมเพศ
เป็นสิ่งที่น่านิยมชมชอบหรือไม่
ผมว่าไม่น่าเป็นปัญหาครับ
เพราะสังคมน่าจะยอมรับกลุ่มคนเหล่านี้ได้มากพอ
ในเมื่อกลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้ไปทำผิดอะไรต่อสังคม
พวกเค้าก็น่าที่จะถูกยอมรับไม่ใช่เหรอครับ

อันนี้เป็นความเห็นนะครับ
หากมีคนคิดต่างก็ไม่เป็นไร
โลกเราต้องคนคิดต่างอยู่ครับ
big smile big smile big smile

#2 By h|b|b on 2008-11-21 02:26

ออกแนว Y สิน๊า (ชอบอยู่แร่ว) 555

ไม่ผิดซะหน่อย ความรักไม่จำกัดขอบเขต!

#3 By MiKy*P on 2008-11-21 02:34

จริงๆแล้วการรับบุตรบุญธรรม ไม่น่าจะเกี่ยวกับ เพศ เชื้อชาติ ศาสนา หรือว่าคนรับนั้นต้องไม่โสด ฯลฯ

น่าจะพิจารณาให้ตรงประเด็นว่า ผู้รับเป็นผู้ปกครองนั้น สามารถเลี้ยงดูเด็กให้เติบโตสมบูรณ์ด้วยกายและใจหรือไม่

ไม่มีอะไรการันตี ว่าแม้แต่พ่อแม่แท้ๆ จะเลี้ยงลูกออกมาได้ด้วยความรัก ความอบอุ่นพร้อมมูล พ่อแม่แย่ๆในสังคมมีให้เห็นมากมาย การเปิดโอกาสให้คนที่พร้อม เข้ามารับเด็กเป็นลูกบุญธรรม น่าจะพิจารณาตามกฎเกณฑ์ที่ไม่มีอคติเรื่องเพศหรือสถานภาพสมรส โดยคิดว่า อะไรที่เป็น typical จะเป็นสิ่งที่ถูกที่สุดเสมอไป สามีภรรยาโรคจิตก็มีเยอะแยะ ไม่ใช่ว่าเป็นคู่หญิง-ชาย จะมีคุณธรรมและความพร้อมมากกว่าคู่ ชาย-ชาย หญิง-หญิง

ใครสักคนที่พร้อมจะให้ความรักและดูแล เด็กที่พ่อแม่แท้ๆ ไม่แยแสหรือสามารถดูแลได้ ก็น่าจะให้โอกาสเค้านะเราว่า สำคัญอยู่หน่อยเดียวว่า ต้องติดตามประเมินผลใกล้ชิด ไม่ว่าใครจะรับเด็กไปก็ตาม เพื่อช่วยสอดส่องดูแล ว่าเด็กคนนั้นจะได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสม มีความสุขทั้งกายและใจ เติบใหญ่ขึ้นเป็นคนดี

เกย์ก็รักเด็กได้ เกย์ไม่ใช่สิ่งผิดปกติ เกย์ไม่ใช่สิ่งที่ขัดต่อศีลธรรมความดีงาม การเป็นเกย์ที่รักเดียวใจเดียว commit กับคู่ครอง ไม่ผิดศีล 5 ด้วยซ้ำ กินเหล้ายังผิดศีลมากกว่าเล๊ยยย

#4 By Rinna ♥ on 2008-11-21 02:35

เอ่อ เรื่องโก๊ะ แล้วลืมจ่ายตังค์เนี่ย...ผมว่า วิญญาณซามูไรเข้าทรงมากกว่านะครับsad smile

...
...ส่วนเรื่องเอนทรี่นี้

คือ โดยส่วนตัวนะ..

ถ้าจะิอยู่ร่วมกัน ผมโอเคนะ แต่เรื่องรับเด็กมาเนี่ย ไม่เห็นด้วยเลย..

ถ้าเด็กโดนเพื่อนล้อ โดนเพื่อนแกล้งเพราะเรื่องนี้ตั้งแต่เด็ก เด็กจะโตมามีจิตใจปกติได้อย่างไร?อาจจะโดนครู โดนผู้ใหญ่อื่นๆดูถูก กีดกันอีก..โอย น่าสงสาร

ไม่ต้องแค่เด็ก ผู้ใหญ่ด้วยกันเอง ก็มีปัญหาเองเหมือนกัน กับเรื่องเพศที่ 3 เนี่ย....สิทธิมนุษยชน เป็นคำพูดที่สวยหรูในอากาศ...เอาเข้าจริง..ก็อย่างที่เห็นๆกันอยู่

ฆาตกรวิกลจริต บางคนเกิดมาจากครอบครัวแบบนี้แหล่ะ..คือ สับสนทางเพศ...เคยได้ยินไหม ตนเองเป็นชาย แต่อีกใจอยากเป้นหญิง เลยฆ่าผู้หญิง ลอกเอาหนังมาทำเสื้อใส่เอง...เสื้อหนังมนุษย์แท้ๆอะ sad smile

เรื่องนี้มันเป็นละเอียดอ่อนมาก สามารถกระทบไปได้ถึงศาสนาแทบทุกศาสนาเลยทีเดียว..
(บางศาสนา เกย์ กับ เลส เนี่ย ถึงขั้นเป็นสัญญาณวิปริต นำความหายนะมาสู้โลกเลยนะ )sad smile

ถ้าเจอพวกเคร่งศาสนา บางทีเขาฆ่าเพศที่สามทิ้งโดยไม่รู้สึกผิดเลยนะ...

สิทธิมนุษยชน กับธรรมชาติ ต้องแยกออกจากกัน...

เป็นเพศที่สาม มีสิทธิเป็นนะ... แต่ผิดธรรมชาติไหม บอกได้เลยว่าผิดธรรมชาติ..ธรรมชาติสร้างหญิงคู่กับชาย ไม่ใช่ชายคู่กับชาย หญิงคู่กับหญิง...ดูระบบอนาโตมี่ได้

แล้วถ้าคู่ผิดธรรมชาติ ไปรับเด็กมาเลี้ยง...มันจะเป็นยังไงล่ะ? เด็กก็มีโอกาส โตมาแบบผิดธรรมชาติมากครับ อิทธิผลจากพ่อแม่มีสูง..(ขนาดไม่นับปัจจัยภายนอกนะ)

ตุ๊ด เกย์ เลส ผมไม่รังเกียจ แต่ทอมนี่...ถ้านิสัยไม่ดี กวนบาทา ผมจัดตีนให้ไม่ยั้งเลย
(มีความหลังกับทอมครับ ขออภัย)sad smile

#5 By Johny - Co on 2008-11-21 02:38

เรื่องรับบุตรบุญทำนี่
มันไม่น่าจะเหมาะครับ
เพราะเด็ก จะได้รับผลกระทบ จากสังคมมาก
..........................
ลองคิดแค่เรื่องพื้นฐานทั่วไป
ว่าเค้าจะสับสนหรือเปล่า ใครเป็นพ่อ
ใครเป็นแม่ เพื่อนๆอีก ถูกล้อแน่ๆ
ผมว่ารักกันเอาชีวิตตัวเองรอดก่อนดีกว่า
ขอให้ทำใจนะครับ ถือว่าชาติที่แล้วเราทำกรรมมา
ชาตินี้เลยต้องชดใช้

#6 By i'm feeling blue on 2008-11-21 02:58

จะเป็นอะไรเราก็คนเหมือนกันเนอะ


สังคมก็น่าจะยอมรับกันได้แล้ว


ที่ไหนไม่มีกระเทย เกย์ ที่นั่นไม่ค่อยเจริญ - -"




ว่าแต่ จขบ. (เจ้าของบล็อค) เนี่ยเป็นประเภทไหนเนี่ย

#7 By ท่านลิง on 2008-11-21 08:56

เด็กโตไปจะสับสนไหมเนี่ย

#8 By ฟิวส์ on 2008-11-21 09:59

ผมว่า มันทำให้เสีย วัฐจักร ชิวิต ยังไงไม่รุ้ ..

ส่วนตัว ไม่ชอบ กระเทย เกย

แต่ ถ้า เลส ทอม ผมยังพอรุ้สึกว่า เค้ายังคง เหมือนผู้หญิงแอบๆอยู่บ้างครับ

ถ้ากระเทย เกย นี่ มองยังไงก็ รุ้สึก น่ากลัว กับ บางคนนะครับ เพราะผมเรียนที่ ม.รังสิต มีสาขา แฟชั่นดีไซด ผมก็จะเจอ พวกนี้บ่อยมาก บางคน แรง เว่รอออ..


#9 By ฺBOWSCLOSE* on 2008-11-21 10:08

ไม่แน่ใจว่าที่เมืองนอกกรณีคู่เกย์รับเด็กมาเลี้ยงจะต้องมีการปรึกษาจิตแพทย์ก่อนด้วยรึเปล่าคะ เป็นการดูความพร้อมว่าสามารถดูแลเด็ก(ที่ไม่ใช่ลูกตัวเอง)ได้จริง

ประเด็นคือ สังคมไทยเป็นสังคมที่แปลกๆน่ะค่ะ เอิ๊ก การยอมรับเพศที่สามยังยาก จะให้เพศที่สามรับบุตรบุญธรรมได้ ฉันว่ายิ่งโคตรยาก คาดว่าจขบ.คงต้องทำใจแต่ประการเดียว

อีกประการหนึ่งที่น่าคิดคือเกย์ชาย(แก่)มีแนวโน้มเป็น Pedophile เยอะ ไม่มีใครรู้ได้ว่าคู่เกย์ชายที่รับเด็กบุญธรรมหนุ่มน้อยไปเลี้ยงแล้ว จะเป็นการชี้โพรงให้กระรอกหรือเตะอ้อยเข้าปากช้างรึเปล่าด้วยนะคะ (สมมติในกรณีที่กฎหมายห้ามแต่งงานกัน เท่ากับอยู่ด้วยกันเฉยๆ แล้ววันใดวันหนึ่งแยกกัน ใครได้เลี้ยงดูเด็ก มีความสามารถแค่ไหน ฯลฯ)

#10 By vendetta on 2008-11-21 10:13

ผมว่ามันเป็นเรื่องซับซ้อนละเอียดอ่อนมาก เรื่องการเลี้ยงดูเด็กมันไม่ใช่ง่ายๆและก็มีประเด็นตามมาอีกเยอะ

ไอ้จะเอาผิดถูกคงไม่มีอยู่แล้ว แต่ละคนก็มองไม่เหมือนกัน ให้คุณค่าของสิ่งต่างๆไม่เหมือนกัน เพราะขนาดเรื่องการเป็นเพศที่สามยังเป็น"ทางเลือก"ของคนเลย การรับเด็กมาเลี้ยงหรืออะไรมันก็แง่เดียวกันนะผมว่า เพียงแต่ต่อยอดไปเท่านั้นเอง สุดท้ายก็อยู่ที่การตัดสินของสังคมนั้นๆเท่านั้นแหละ

ส่วนตัวคิดว่ายังไงก็ได้ ไม่ค่อยสนใจกฏหมาย สนใจเจตนาคนมากกว่า... ถ้าดีจะทำไรก็ดี ถ้าเลวไงมันก็ไม่ดี

ประเด็นสังคม...

#11 By pw. on 2008-11-21 12:34

สำหรับคู่เกย์ อาจนับได้ว่า ได้สิทธิ์มากขึ้น แต่สำหรับเด็กล่ะค่ะ ... สิ่งที่เขาต้องเผชิญในวันข้างหน้าจะมีอะไรบ้าง

#12 By สุฑาทิพย์ on 2008-11-21 12:41

เป็นเกย์มันไม่ดีตรงไหน

พ่อแม่เป็นเกย์มันไม่ดีตรงไหน

มันก็แค่อคติในใจคน

ถ้าไม่มีไอ้พวกคนพรรค์ที่โต้แย้ง โลกนี้สงบสุขไปนานแล้ว


ผมเป็นลิเบอรัลลิสท์ เพราะงั้น ผมสนับสนุน 100% อยู่แล้ว
ไอ้พวกคนพรรค์ที่โต้แย้งนี่แหละ ตัวถ่วงความสุขของคนอื่น เสือ_เรื่องชาวบ้าน

ใครจะทำอะไรที่ไม่เดือดร้อนคนอื่นก็เสือ_ไปยุ่งกับเค้าอยู่ได้ ตัวเองนั่นแหละที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนอยู่ไม่เคยสำนึก

ฝากบอกพวกคริสต์ด้วยก็ดีครับ ว่า ที่ในไบเบิลเขียนไว้ว่าการมีเซ็กซ์แบบผิดปกติเป็นบาป นั่นน่ะ หมายถึงการมีเซ็กส์ทุกรูปแบบนอกเหนือไปจากการสืบพันธ์ และที่เขียนไว้อย่างงั้นเพื่อให้คนไม่ลุ่มหลงกับตัณหา ไม่ใช่แค่เฉพาะการมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกัน

และคนในอเมริกา ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นคริสตชนนิกายเดียวกับตัวเอง
อเมริกาเป็นประเทศของคนผืวขาว ของคนคริสต์ แต่คนผิวสีอื่นก็มีสิทธิ์อาศัย คนศาสนาอื่นก็มีสิทธิ์ใช้ชีวิตให้มีความสุข
เด็กบางคนยังไม่มีพ่อแม่ด้วยซ้ำ ยังโตขึ้นมาเป็นคนดีได้เลยนะ น่าคิดๆ

#15 By Sergeant on 2008-11-21 12:57

แต่ผมรู้สึกสนับสนุนความเห็นสองนะครับ

สิทธิของเด็กคือของเด็ก ไอ้พวกนักวิจารณ์หัวโบราณไม่สมควรสะเออะไปเสือ_คิดแทนเด็ก

เด็กไม่ต้องการให้พ่อเป็นผู้หญิง หรือแม่เป็นผู้ชาย (หรือทั้งสองอย่าง question) เด็กควรเป็นคนตัดสินใจ

และไอ้สังคมเน่าๆนี่ควรหุบปาก
ผมเอง เป็นหนึ่งในคนที่คิดว่าความรักไม่มีพรมแดน แล้วผมก็เชื่อในความรักมากกว่ากฏเกณฑ์อื่นๆที่มนษย์ตั้งขึ้นมาครับ


แต่บางครั้งความเป็นจริงมันโหดร้ายครับ


เราจะทำอย่างไรถ้าเด็กโดนเพื่อนๆล้อ แค่บางคนไม่มีพ่อหรือไม่มีแม่ยังโดนล้อจนเป็นปมด้อย บางคนกลายเป็นบ้าเป็นบอไปก็เยอะ

แล้วเราจะสามารถแน่ใจได้อย่างไร ว่าเรามีในสิ่งที่เด็กต้องการจากพ่อ และสิ่งที่เด็กต้องการจากแม่ให้เค้าได้ครบถ้วน


ผมไม่มองถึงข้อดีละกัน เพราะชีวิตเด็กคนนึงถ้ามันเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาเพราะเรามองข้ามปัญหาเล็กๆน้อยๆไป มันก็คือชีวิตเค้าทั้งชีวิตครับ

#17 By เสกเรนเจอร์ on 2008-11-21 13:01

อยู่กันเองยังพอว่าแต่รับเด็กมาเลี้ยงด้วยเนี่ย คิดดีๆเถอะ น่าจะเอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่ใช่ว่าเอาแต่ตัวเราๆอย่างเดียว

งานนี้ต้องลองชั่งใจดูว่าถ้าเป็นเราอยู่ในสภาวะแบบเดียวกับที่เด็กกำลังจะขอมาเลี้ยงต้องเจอต่อไปในอนาคตน่ะ จะได้รึเปล่า ประมาณว่าเออ...ต่อไปมันโตแล้ว มันจะโดนเพื่อนล้อมั้ย หรือไม่ก็รู้สึกแปลกแยกจากคนอื่นมั้ย??

#18 By *~citrus~* on 2008-11-21 13:15

ส่วนตัวนะฮะ กรณีที่ว่า เฮ้ย เจ้านี่มีแม่เป็นผู้ชาย หรือ ต๊าย หล่อนมีพ่อเป็นผู้หญิง เป็นเรื่องที่มีโอกาสสูงมาก = =b ต่อให้ไม่ได้พูดต่อหน้า แต่ลับหลังก็นินทาอยู่ดี เพราะสภาพสังคมบ้านเรามันเป็นแบบนั้นน่ะ /me หัวเราะ

แต่ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับว่าเขาได้รับการเลี้ยงดูมาแบบไหน ถ้าเป็นเด็กที่อยู่กับที่ที่เขาสอนมาว่าพ่อเป็นผู้ชาย แม่เป็นผู้หญิง คงจะรู้สึกตงิดๆบ้างล่ะ แต่ถ้าเป็นเด็กที่ไม่รู้เรื่องนี้(อย่างเด็กอายุยังน้อยไม่ประสี)ก็น่าจะพอผ่าน แต่พอเข้าสังคมก็ต้องรู้อยู่ดี ยกเว้นว่าครอบครัวนั้นจะจ้างครูมาสอนที่บ้าน หรือโฮมสคูลไปเลยน่ะนะ.. (เรื่องเรียนที่บ้านนี่ประเทศเราก็ยังไม่ค่อยยอมรับ= ='') แต่แบบนั้นก็เหมือนกับเป็นการปิดบังความจริงที่ว่าประเทศนี้ยากจะเปลี่ยนความคิดเก่าๆจริงๆ

ทางแก้ที่ดีที่สุดอยู่ที่ตัวเด็กเองนั่นแหละว่าเขาจะทำใจรับได้รึเปล่า ... แต่เด็กที่คิดว่าคนที่เลี้ยงดูตัวเอง"ไม่เหมือนคนอื่น" หรือ "ผิดปกติ" แล้ว "รังเกียจ" หรือ "มีปมด้อย" ก็ไม่สมควรจะได้รับการเลี้ยงดูจากใครอยู่แล้วล่ะนะ

#19 By sarail on 2008-11-21 13:20

มีกฏหมายห้ามหรือเปล่าดีกว่า?

ถ้าไม่มี ก็ไม่ต้องไปสนหรอก

#20 By Neotokyo6 on 2008-11-21 13:48

ใครเลี้ยงก็ได้ค่ะถ้ามีเจตนาดีต่อเด็ก ปัญหาน่าจะเกิดช่วงเด็กกำลังโต เริ่มมีเพื่อน เริ่มเห็นครอบครัวคนอื่น หรือมีผู้คนมาวิจารณ์ครอบครัวของเด็ก อันนี้น่าจะมีปัญหา เพราะกระแสสังคมทำลายทุกสิ่งที่ไม่ใช่บรรทัดฐานมาเยอะแล้ว

#21 By V@R on 2008-11-21 14:09

สำหรับเด็กที่ต้องการความรักและความเอาใจใส่ เค้าจะมามานั่งคิดว่าเอ๊ะทำไมพ่อแม่ฉันเป็นหญิงเหมือนกัน หรือเป็นชายเหมือนกันเหรอ?????

Hot!

#22 By Echizen Ryoma on 2008-11-21 14:13

เราว่าที่คนจำนวนมาก คิดว่าการรับบุตรบุญธรรมของเกย์เลสเบี้ยน นี้มันยังดูเป็นการทำเพื่อตัวเอง มากกว่าจะทำเพื่อเด็กค่ะ เพราะมันก็เป็นเรื่องที่ใช่ว่าจะไม่มีมูลเลยทีเดียว
ความรักของเพศที่สาม หลายคนมองว่า มันอาจจะไม่ยั่งยืน เท่ากับ ชายหญิงมั้งคะ ซึ่งตามตรงแล้ว ชายหญิงเนี่ยแหละ หย่าร้างก็ง่ายและเร็วมีให้เห็นเยอะไป แต่วันนี้พรุ่งนี้เลิกก็มี
กลับไปที่ทำเพื่อตัวเองหรือว่าทำเพื่อเด็กอีกรอบ เราว่ามันเป็นเรื่องที่ก้ำกึ่งอยู่มากๆค่ะ การที่จะรับเด็กคนหนึ่งมาเลี้ยงนี่ไม่ใช่ลูกแมวลูกหมานี่นา สภาพสังคมเมื่อเขาโตขึ้นจะมีส่วนกับเขาอย่างมาก บางคนอาจเถียงได้ว่า รับไปเลี้ยงผิดตรงไหน ทีคู่ชายหญิงผลิตออกมาแล้วไม่เห็นจะเอาไปเลี้ยงเลย จริงค่ะ แต่ต้องถามที่คู่รักที่จะรับเด็กไปเลี้ยงด้วยว่า ทำเพื่อมนุษยธรรมหรือว่า เพื่อเติมเต็มความต้องการในการมีครอบครัวเหมือนคนอื่นๆ

เราไม่ได้แอนตี้การที่ใครจะรับเด็กไปอุปการะเลยค่ะ เราเองถ้าเรามีความสามารถเราก็อยากจะเลี้ยงดูเขาเด็กๆที่ด้อยโอกาสกว่าเราเองด้วยซ้ำ แต่ทั้งนี้ เราว่าการที่จะให้เพศที่ 3 รับเลี้ยงบุตรบุญธรรมนั้นต้องดูหลายๆเรื่องเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นสภาพสังคมของครอบครัวคู่รักที่จะนำบุตรไปเลี้ยง ฐานะ หน้าที่การงาน รวมไปถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ว่ามีแนวโน้มว่าจะไปตลอดรอดฝั่งไหม เพราะมันไม่เหมือนกับคู่ชายหญิงเลิกกันค่ะ เด็กต้องเกิดมาในครอบครัวเกย์เลสเบี้ยนแล้ว หากว่าแม่หรือพ่อ พาหญิงหรือชายเข้าบ้านมา ไม่ซ้ำหน้ามันก็ไม่ใช่สิ่งที่เด็กควรจะได้เจอใช่ไหมคะ

สรุปแล้ว เราไม่มีปัญหาเรื่องการรับเด็กเป็นลูกบุญธรรมของคู่รักเกย์เลสเบี้ยนค่ะ แต่เราคิดว่าไม่ใช่ทุกคู่ที่สมควรจะได้รับสิทธิ์นี้

#23 By gallantfoal on 2008-11-21 14:34

แฮ่.......... sad smile เคยทำทีสิดเรื่องนี้พอดีเลยค่ะ เรื่องความเหมาะสมที่คู่เกย์จะมีบุตร(บุญธรรม)ด้วยวีธีต่างๆ <- อันนี้ชื่อเล่น

สรุปคือ เรื่องของเรื่อง สำหรับเราแล้ว ถ้าจะพูดถึงความคิดที่คน ๆ หนึ่งจะมีต่อเรื่องนี่ นั่นคือมันแล้วแต่ว่าใครคนนั้นนิสัยยังไงน่ะค่ะ เอาอย่างคู่พ่อแม่ชายหญิงปกติก็ได้ บางคนนี่ก็นิสัยดีแสนดี(กับคนอื่น) แต่พอกับลูกตัวเองนี่เป็นคนละคนเลย sad smile (อารมณ์เหมือนวิตกจริตมากเกินไป...) บางคนก็นิสัยแย่กับคนอื่นมาก ๆ แต่กับลูกตัวเองนี่...สุดยอด...ราวกับเทวดานางฟ้าจำแลงลงมา...

ปัญหาอยู่ที่คนรอบข้างมากกว่าล่ะมั้งคะ แบบว่าถ้าอยู่ในแถบสังคมที่มีแรงด้านลบกับคนรักเพศเดียวกัน มันจะทำให้สุขภาพจิตเสียเอาน่ะค่ะ แล้วยิ่งเด็ก ๆ เป็นวัยที่จิตใจอ่อนไหวอยู่ด้วย อาจสร้างแผลใจบางอย่างให้เค้าก็ได้ แต่ถ้าคนรอบ ๆ ยอมรับได้ เราว่าก็เหมือนกับครอบครัวปกติ ที่คงจะมีปัญหาบ้าง มีความสุขกันบ้าง คละเคล้ากันไป

แต่ถ้าไม่มีใครเริ่มก้าวที่หนึ่ง มันก็คงจะไม่มีก้าวต่อ ๆ ไปแน่ ยังไงก็ขอเอาใจช่วยทุกคน(?)ด้วยนะคะopen-mounthed smile

ถ้าพ่อแม่ปกติก็เลี้ยงลูกแล้วโตมากลายเป็นเกย์ได้ ทำไมถึงจะไปเหมารวม100%ว่า เกย์เลี้ยงเด็กแล้วจะโตมาเป็นเกย์ล่ะคะ จริงมั้ย surprised smile มันไม่ใช่โรคติดต่อที่จะแพร่ได้ผ่านการสัมผัสซะหน่อย (หรือว่าใช่? ฮาๆ ติดใจนี่เองopen-mounthed smile)

เอาเป็นว่า เราดูคนที่ความดี คบกันแล้วมีความสุข ไม่ได้ดูคนว่าเป็นเพศไหนค่ะ big smile

#24 By LUMiN on 2008-11-21 15:09

เด็กจะมีความสุขหรือไม่เป็นปัญหาของเด็กเองหลังเกิดแล้ว
ใช่ว่าอยู่กับพ่อแม่ ชาย หญิง แล้วเด็กจะมีความสุขเสมอไป
เพราะฉะนั้นเราว่าอยู่ที่ตัวบุคคล การเลี้ยงดู ไม่ได้อยู่ที่ว่า พ่อแม่มีเพศอะไร

เมืองนอก(บางประเทศ)เดี๋ยนี้ก็เป็นเรื่องปกตินะ

#25 By s i n on 2008-11-21 15:14

ความรัก ไม่จำกัดเพศหรอกครับ


อยู่ที่คุณภาพของคนมากกว่า


หากรับไปแล้วต้องแน่ใจให้ได้ว่าเราจะสามารถดูแลเด็กได้ดี


และไม่คิดว่าการที่ผู้รับเด็กไปเลี้ยง จะเป็นเพศใด


ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้เด็กกลายเป็นแบบพวกเขา



อยู่ที่ความดีทั้งหมดครับ


อาจจะฟังดู Idealist เกินไปหน่อย

#26 By เบน on 2008-11-21 15:25

เม้นโดยไม่ได้อ่านความเห็นท่านอื่นนะครับ
1.เด็กจะเกิดปมด้อยหรือเปล่า?
2.เด็กจะเกิดความเข้าใจในเรื่องของเพศหรือเปล่า? (พ่อก็ชายแม่ก็ชาย งั้นถ้าเราเป็นชายก็ต้องรักชายสิ)

คือไม่ใช่เป็นคนที่เกลียด หรือกลัวเกย์ หรือไม่ยอมรับนะครับ
แต่เนื่องด้วยสภาพสังคมในวันนี้จะมีคนที่เปิดใจรับได้ซักกี่ %

แล้วถ้ามีการรับขึ้นมาจริงๆ ควรจะมีหลักสูตร หรือการดูแลจากจิตแพทย์หรือเปล่า?

ถ้าในอนาคต วันที่เรายอมรับ ทุกคนยอมรับ ผมเชื่อว่าวันนั้นการรับบุตรเกิดขึ้นได้แน่นอนครับ

ขออภัยถ้าไปสะกิดติ่งใครเข้านะครับ
ไม่พูดถึงสังคมอื่นๆนะคะ
เอาแต่สังคมไทย


สำหรับสังคมไทยอะฮั้นว่าคงยังไม่พร้อมที่คู่เกย์จะรับบุตรบุญธรรม
สมมตินะคะ

เด็กคนหนึ่งเข้าโรงเรียนไปแล้วเพื่อนล้อว่า
"เฮ่ย แม่มึงเป็นตุ๊ดหนิ"
ถึงเด็กจะเข้าใจพ่อแม่ แต่มันก็สะเทือนอารมณ์เหมือนกันนะคะ



รั้วว่า ถ้าเด็กจะเป็นยังไง ก็ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูค่ะ
เด็กที่พ่อแม่เป้น ญ/ช ทั่วไปเลวๆก็เยอะ
อย่าเหมารวมว่า ญ/ญ หรือ ช/ช เลี้ยงเด็กแล้วจะเป็นปัญหาสังคม


รั้วไม่คัดค้านการรับบุตรบุญธรรมของคู่เกย์ค่ะ
กลับเห็นว่าการอุ้มชูประเสริฐซะด้วยซ้ำ

สรุปว่า สำหรับตัวรั้วเอง..หนับหนุนให้มีได้ แล้วก็ หนับหนุนให้คนเลิกคิดแบ่งแยกและดูถูกค่ะ angry smile

#28 By ฉันคือรั้ว on 2008-11-21 15:37

อื้ม...

ตอนนี้ผมก็กำลังมีลูก ไม่รู้จะสำเร็จรึป่าว

#29 By iTualek on 2008-11-21 15:56



เห็นด้วยกับคอมเมนท์ที่่ 17

ใช่ว่าทุกคนในโลกจะยอมรับได้เสมอไป

จิตใจเด็กสำคัญที่สุดค่ะ คิดดีๆ เน่อ

#30 By Rainbowless on 2008-11-21 16:12

การรับบุตรบุญธรรม กฎหมายไทย ก็อนุญาตนี่ครับ เค้าไม่ได้บังคับว่าต้องเป็นเพศไหน

แต่ถ้าจะเป็นพอ่และแม่บุตรบุญธรรม ร่วมกันทั้งสองคนคงไม่ได้

แต่ถ้่าอยากจะให้มีลูกสืบทอด ก็ให้คนใดคนหนึ่งเป็นพ่อหรือแม่บุญธรรมก็ได้

แต่เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่คนสอนนะ ถ้ากลัวว่าเด็กจะอาย เพราะบางคนไม่มีพ่อแม่ โตมากับญาติที่เป็นเพศที่ 3 ก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไร

อยู่ที่ว่าเราสอน เราให้ภูมิคุ้มกันอะไรกับเค้ามากกว่า

อยู่กับพ่อแม่ที่เป็นชายจริงหญิงแท้ บางคนยังดูแลไม่ดีเท่าเลยก็ยังมีให้เห็นเยอะแยะครับ

#31 By โลกอมควัน on 2008-11-21 16:53

^
^
^
กม ไทยอนุญาตให้ใครรับบุตตรบุญธรรมก็ได้ค่ะ
แต่ต้องเป็นพ่อ หรือ แม่ เท่านั้น แล้วก็ต้องตรงตามเพศลักษณะภายนอก

แต่ไม่อนุญาตให้จดทะเบียนเป็นคู่ชีวิต แล้วรับเด็กมาเป็นลูกค่ะ

#32 By cryingsmile on 2008-11-21 17:07

รับก็รับสิคะ ที่จริงใครจะรับมันไม่เกี่ยวว่าคุณเป็นเพศอะไรชาติไหนศาสนาอะไรอยู่แล้ว
ของเมืองไทยเป็นยังไงไม่รู้ แต่ว่า อย่างของต่างประเทศนี่
ไม่ต้องแต่งงานยังรับเด็กมาเลี้ยงได้เลย เพราะเค้าถือว่าเป็นสิทธิ์ของทุกคน
เพียงแต่ว่า ต้องเป็นคนที่สามารถที่จะเลี้ยงเค้าได้จริงๆมากกว่า
เพราะความจริงพ่อแม่บุญธรรมที่เป็นรักร่วมเพศอาจจะดูแลเด็กได้ดีกว่าพ่อแม่จริงๆที่ไม่รักเค้าเลยก็ได้นี่คะ

#33 By LonelyFairy on 2008-11-21 17:30

no comment open-mounthed smile

#34 By DeepSnowzIndy on 2008-11-21 17:49

ถ้าเมืองไทยไม่แบ่งแยกเพศแบบนี้บ้าง

ก็ดีนะ

มันเป็นสิทธิของตัวบุคคลด้วย

แต่ว่า เด็กที่รับมา ก็ควรจะให้พ่อแม่/แม่แม่/พ่อพ่อ ปรับความเข้าใจด้วย

เพราะเชื่อว่า คงจะรับได้

เพราะเป็นถึงบุพการีเลยนี่เนาะ

ยังไงซะ ถึงจะมีแม่เป็นเลส พ่อเป็นเกย์

ถ้าเด็กไม่ได้รักร่วมเพศ ก็ไม่เป็นวันยังค่ำ

มันอยู่ที่ การดูแลเอาใจใส่ และความเข้าใจ..

นานาจิตตัง sad smile

#35 By PHAR' on 2008-11-21 18:44

Y สินะ ไม่เห็นแปลกนี่ความรัก ไม่แบ่งเพศ ไม่มีขอบเขต อยู่แล้วbig smile
--------------
แต่ว่า ถ้าเรื่องรับเด็กมาเลี้ยงนี่ เราว่าไม่ค่อยดีนะ
คิดดูดิ ถ้าเด็กโดนเพื่อนล้อจะทำยังไง ใช่ม่ะembarrassed
มันเหมือนเป็นปมด้อยนะ ถึงเค้าจะบอกว่าเป็นสิทธิมนุษยชนแต่เอาเข้าจริง ก็เห็นๆ กันอยู่ใช่มั้ย มันก็มีบ้างกลุ่มที่แอนตี้พวกนี้อยู่ แล้วอีกอย่าง เดี๋ยวเด็กจะสับสน ใครพ่อ ใครแม่ sad smile
--------------
อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของเค้านะ
ต่างคน ต่างความคิดconfused smile

#36 By CraZY_FaTE on 2008-11-21 18:51

จิงๆอันดับแรกน่าจะิอยู่ที่ความพร้อมของทั้งคู่มากกว่าว่าจะอยู่ด้วยกันแน่นอนขนาดไหน ยาวนานแค่ไหน เพราะการรับเด็กมาดูแลหมายความว่าทั้งคู่จะต้องรับผิดชอบชีวิตทั้งชีวิตของเด็กคนนั้นเลย คุณทั้งคู่จะสามารถดูแลเด็กที่ไม่ได้มีสายเลือดของตัวเองได้มั๊ย แล้วหากเกิดมีปัญหากันขึ้นมาใครจะเป็นคนรับดูแลต่อ เพราะนี่ก็หนึ่งชีวิต ที่ไม่สามารถเอาไปคืน ขายต่อ หรือเอาไปปล่อยที่ไว้ที่ไหนก็ได้

แล้วถ้าคิดว่าพร้อมแล้วเราเห็นด้วยกับ#2ที่ว่าให้รับเด็กที่มีความเข้าใจถึงคนที่รับเค้าไปเลี้ยงดู ทำไมพ่อแม่เราไม่เหมือนคนอื่น ทำไมถึงมีเพศเดียวกัน นี่เป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน และสังคมส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจและไม่เห็นด้วย

และการเลี้ยงเด็กในเมืองไทยเราคิดว่าถ้าไม่สร้างความมั่นใจห้กับเด็ก เด็กจะมีปมด้อยนะคะ เราก็ไม่รู้ว่าต่างประเทศเป็นยังไง แต่เรามองว่าในต่างประเทศเค้าจะมีเสรีมากกว่า พอใจจะทำอย่างไรก็ทำ และมีคนที่ยอมรับ(หัวสมัยใหม่)มากกว่าเมืองไทยค่ะ

สรุปก็คือ ข้อโต้แย้งทางสังคมซึ่งบัญญัติเป็นกฏหมายเพราะคนเราแคร์สายตาคนรอบข้างที่มองมามากกว่าความเชื่อมั่นในตัวเองค่ะ big smile

#37 By Ojisama on 2008-11-21 19:23

ประเด็นน่าสนใจนะครับคุณเจ้าของบล๊อก

ถ้าเป็นเรื่องความเสรีในการมอบความรักให้กับใครแล้ว ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องแฟร์ๆนะครับ คนเราจะรักกัน กฏหมายฉบับในก็คงจะห้ามไม่ได้หรอกฮะ

แต่ถ้าเป็นเรื่องชีวิตที่เราต้องรับผิดชอบต่อมา อันนี้มันค่อนข้างแตกต่างกับอันตะกี้ำพอสมควรเลย
จริงอยู่้ที่เป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชน จะห้ามกันด้วยตัวอักษรคงลำบาก

แต่ที่คุณเจ้าของบล๊อกพูดเรื่องแผลในจิตใจของเด็กที่ถูกอุปถัมภ์ ก็น่าจะเป็นเรื่องสำคัญล่ะครับ

อันสัตว์โลกที่ใช้ชื่อมนุษย์นั้นโดยธรรมชาติ มีสองเพศ ถ่วงดุลจุลค้ำกันเรื่อยมา ตั้งแต่ยุคที่ชายล่าสัตว์ หญิงเฝ้าถ้ำ ออกเก็บผักหาอาหาร มาจนยุคที่ชายหญิงทำได้เหมือนกันทุกอย่าง ต่างกันเพียงท่าฉี่

ถ้าจะให้ผมออกความเห็น คงไม่เห็นด้วยสักเท่าไรล่ะครับ มันคงจะมีปัญหาในเรื่อง "ความสมดุล" แม้คุณแม่ที่กลายเป็นคุณพ่อ หรือคุณพ่อที่กลายเป็นคุณแม่ จะพยายามทำเพื่อคุณลูกเพียงใดก็ตาม ก็คงไม่อาจแทนที่กันได้ เท่าเวอร์ชันออริจินัล จริงไหมฮะ?

แต่เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่ล่ะฮะ

สมควรแก่การเปิดประเด็น

หวังว่าคุณเจ้าของบล๊อกจะได้รับความคิดเห็นที่น่าสนใจละกันครับ big smile

#38 By Zairen_Bibliophobia on 2008-11-21 19:29

อืม ๆๆ


no comment แฮะ


ถ้าทำได้ดี ,, ก็น่าจะไม่มีปัญหาไรเนอะconfused smile

#39 By caffeineaddict on 2008-11-21 20:07

ผมก็เป็นเกย์คนหนึ่งและครับอยากขอแสดงความคิดเห็นก็คือว่า...

ผมคัคค้านมาตลอดสำหรับการรับบุตรบุญธรรม หรือซื้อเด็ก หรืออะไรก็แล้วแต่ ให้เป็นทายาทของบุคคลนั้น ตามแบบฉบับรักร่วมเพศ ถ้าถามว่าทำไม...

1.กรณีเมื่อในอนาคต ชีวิตคู่คิดว่า เราไปกันไม่ได้ อีกต่อไป คนที่จะรับผิดชอบคือใคร บางคู่ "เธอเอาไปสิ นายแหละเอาไป" ต่างเกี่ยงกัน หรือบางคู่ "ชั้นจะเอา เอ้ย ผมก็จะเอา" เป็นต้น ซึ่งมันเป็นความรับผิดชอบที่ควรรับผิดชอบร่วมกันอยู่แล้ว มันแตกต่างจากสามี-ภรรยาหย่าขาด บุตรหรือธิดา ก็จะได้รับความคุ้มครองและอาจต้องมีการรับผิดชอบไม่ว่าจะค่าเล่าเรียนหรืออะไรก็ตาม ดังนั้นรักร่วมเพศ ถึงจะรักและต้องการบุตรบุญธรรมแค่ไหนแต่แน่นอนมันขาดความสัมพันธ์ทางสายเลือดอย่างชัดเจน และก็ไม่มีหลักประกันอะไร จะมารองรับได้ด้วยว่า จะไม่มีเหตุการณ์ไม่รับผิดชอบดังกล่าวเกิดขึ้น

2.เหตุผลต่อมา ผมเคยพิจารณาแล้วและคิดว่ามันก็อาจจะเป็นไปได้ นั้นก็คือ กรณีสมมติ คู่รักร่วมเพศชาย-ชาย รับบุตรบุญธรรมเป็นเด็กชาย ในอนาคตเด็กโตขึ้น จะมีหลักประกันอะไรหรือไม่ว่าผู้ปกครองจะคิดลึกซึ้งมากกว่าเป็น "ลูกตัวเอง" ไม่แน่ไม่นอน กรณีดังกล่าว อาจกลายเป็น "เมียที่สอง" ขึ้นมาก็เป็นไปได้ หรือคู่เลสก็ในกรณีเดียวกัน แต่ถ้ามองกลับ คู่ชาย-ชาย ให้เลี้ยงเด็กหญิง มันก็จะกลายเป็นการจำกัดสิทธิ์ในการเลือกรับบุตร หรือก็ไม่มีการประกันอะไรอีกอยู่ดี ในอนาคต เด็กหญิงที่เลี้ยง ก็อาจจะไม่ได้รับความรักและอบอุ่นอย่างที่ควรได้

3.อนาคตเด็กมีอะไรรับประกันด้านความคิดและพัฒนาการ เพื่อให้เด็กมีความเข้าใจทางเพศที่ถูกต้อง และโตขึ้นเป็นคนปกติที่ไม่รักร่วมเพศเหมือนเรา แน่นอนว่าการรักร่วมเพศไม่ได้มีความผิดใดๆ และแพร่เชื้อไม่ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว แน่นอนว่าเกย์หรือทอม เลส ก็เลือกเกิดไม่ได้ แต่เราก็ต้องพยายามเลี้ยงให้เค้าเป็นปกติ และอยู่ในสังคมในใหญ่โตระดับประเทศระดับโลกนี้ได้อย่างปกติที่สุด

ผมก็แสดงความคิดเห็นเท่านี้แหละ ผมก็เกย์คนหนึ่ง แต่ก็ต่อต้านการให้รับเลี้ยงบุตรบุญธรรมของรักร่วมเพศมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมจากลูกใครก็ไม่รู้ หรือบุตรบุญธรรมจากการทำกิฟท์ ซึ่งมันก็จะยิ่งยุ่งยากเพราะจะต้องมีลูก มีพ่อมีแม่ ฯลฯ (แบบในเรื่อง Queer As Folk) มันทำให้สับสนไม่ว่าจะทั้งสังคม , ครอบครัว หรือในตัวของบุตรเองก็ตาม มันเป็นภาระและความรับผิดชอบมากๆที่จะให้เป็นชีวิตแบบเรา หรือเป็นชีวิตแบบคนทั่วไป

#40 By Bossini on 2008-11-21 20:15

เราคิดว่า ปัญหาที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือสภาพแวดล้อมคะ ถึงคนไทยปากจะบอกว่าเสรี แต่ว่าเราลึกๆ แล้ว มันยังมีเส้นขีดกั้นไว้


และคนที่ได้รับผลกระทบที่สุดก็คงจะเป็นตัวเด็กเอง เพราะแค่เพื่อนๆ ถามว่า ทำไมนายมีแม่สองคน ก็อ่วมแล้วอ่ะ

แต่ก็เข้าใจนะคะ คนรักกันแล้วก็อยากมีลูกเนี่ย

ที่นี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับผู้ปกครองของเด็กแล้วล่ะว่าจะรับมือได้มากแค่ไหน

#41 By tapum on 2008-11-21 20:42

เราคิดว่า ปัญหาที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือสภาพแวดล้อมคะ ถึงคนไทยปากจะบอกว่าเสรี แต่ว่าเราลึกๆ แล้ว มันยังมีเส้นขีดกั้นไว้


และคนที่ได้รับผลกระทบที่สุดก็คงจะเป็นตัวเด็กเอง เพราะแค่เพื่อนๆ ถามว่า ทำไมนายมีแม่สองคน ก็อ่วมแล้วอ่ะ

แต่ก็เข้าใจนะคะ คนรักกันแล้วก็อยากมีลูกเนี่ย

ที่นี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับผู้ปกครองของเด็กแล้วล่ะว่าจะรับมือได้มากแค่ไหน

#42 By tapum on 2008-11-21 20:42

ชอบความเห็นในเอนทรี่นี้อ่ะ สุภาพชนดีจัง big smile

เห็นด้วยกะ 2 และ 40 นะ

เราว่ารักร่วมเพศแต่งงานกันก็ไม่เดือดร้อนใคร เพราะทุกคนก็ควรมีสิทธิเสรีภาพเท่ากันอ่ะ

แต่ถ้าจะรับบุตรบุญธรรม น่าจะคิดซักนิดนึงนะ ว่าใช้สิทธิเสรีภาพของตัวเอง ไปละเมิดสิทธิของเด็กคนนั้นรึเปล่า

เค้าอาจจะสับสนและถูกล้อเลียนจนเสียคนไปเลยก็ได้

บางคนอาจจะอ้างว่า พ่อชายแม่หญิง ทำเลวๆกับลูกก็มีถมไป แต่เด็กคนนั้นเลือกเกิดไม่ได้ มันเป็นเหตุสุดวิสัย

ขณะที่คู่รักร่วมเพศยังอยู่ใน "วิสัย" ที่จะป้องกันเหตุเหล่านั้นได้

ถ้ารับเด็กมา คุณมี "ความเสี่ยง" ที่จะทำลายชีวิตเด็กคนนั้น คุณจะเสียใจแค่ไหน ถ้าเด็กที่คุณรักเหมือนลูก ต้องเสียคนเพราะคุณอ่ะ

แต่ถ้าไม่รับเด็กมา คุณก็ไม่มีความเสี่ยงเลย

#43 By ชุน on 2008-11-21 20:54

เด็กบางคนอาจยอมรับได้
และอาจรักเหมือนพ่อแม่จริงๆล่ะมั้ง?

ถ้าข้าน้อยเป็นเด็กคนนั้น ข้าน้อยคงรู้สึกรักและขอบคุณที่รับเราจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าไปอยู่ในอ้อมอกเค้านา..sad smile

#44 By ImaHarI on 2008-11-21 20:57

เด็ก ถ้าได้รับการดูแลที่ดี น่าจะไม่มีปมด้อยค่ะ
จากที่อ่าน นิวยอร์ก-นิวยอร์ก เด็กเองก็เข้าใจว่าครอบครัวเขาเป็นแบบนั้น

จริงๆอาจจะอยู่ฝ่ายสนับสนุนเพราะเป็นเกย์ประเภทหนึ่งเช่นกัน
เสียงว่าน่าสงสารเด็ก เราก็พยายามเข้าใจนะคะ
แต่ว่ายังไงถ้าเราจะรับ (ถ้านะ) ก็ต้องดูแลให้ดีที่สุดอยู่แล้ว..

อย่างไรก็ตาม คู่เกย์นั้นต้องทำใจให้ได้ยาวๆด้วยอ่ะค่ะ ว่าการเลี้ยงเด็กไม่ใช่ทำแล้วเลิกได้ ต้องมีเสียงกระทบกระเทียบจากรอบข้างไปไม่รู้กี่ปี อาจจะไปจนตาย ...

#45 By hikaru on 2008-11-21 21:27

เด็กที่รับมาเลี้ยง มีโอกาสโคตรสูงค่ะที่จะมีปัญหา

ไม่ว่าค่ะ ถ้ารับด้วยใจ // แต่...ธรรมชาติสร้างให้ชายเป็นพ่อ หญิงเป็นแม่ มันจึงยากที่จะให้เด็กคนนั้นและคนรอบข้างเข้าใจและเห็นมันเป็นเรื่องปกติ

#46 By ฉัน ชื่อ ยีน on 2008-11-21 21:35

ก็ไม่รู้สินะ... แต่คิดว่ามันไม่ค่อยเป็นผลดีต่อตัวเด็กสักเท่าไร อาจโดนล้อว่ามีพ่อสองคนรึยังไงก็ตามแต่ เพราะพวกรังเกียจเกย์ก็ยังมีเยอะอยู่ ถ้ารับตอนโตแล้วนี่ก็อีกเรื่อง+เด็กต้องสมัครใจด้วย แต่กลัวว่าพวกนี้มันต้องค้นพบตัวเองแล้วแน่ๆ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อหญิงสาวที่ชมชอบเพศตรงข้าม...

มึนละ... เอาเป็นว่า หนูไม่รู้ววว
แต่มันก็รับไม่ได้ หรือเปล่า?

ถ้าถามความต้องการของเราเอง เราก็อยากรับนะ ใครๆก็อยากมีชีวิตคู่ที่สมบูรณ์...

แต่เอาตามจริง ปัญหาหลักๆที่เราคิด ไม่เกี่ยวกับกฎหมายหรอก กลัวเด็กจะมีปัญหาเรื่องปมด้อยมากกว่านั่นละ... แล้วอีกอย่าง ถ้ามีปัญหาอะไรขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบดูแลเด็ก.. นอกจากคู่นั้นจะจริงจังมากๆ

เรื่องเด็กก็น่าสงสารนะ แต่ถ้ารับแล้วสอนเขาดีๆได้ก็ดีไปหมายถึงให้เขาเข้าใจและยอมรับได้นั่นล่ะ double wink

สำหรับคู่เรา คงไม่คิดจะรับชีวิตเด็กทั้งคน.... ต่างคนต่างไม่รักเด็ก?? 555+ ชอบสัตว์มากกว่าจ๊ะ...คงเลี้ยงสัตว์ต่างๆเต็มบ้านเสียมากกว่า sad smile

#48 By [Amakura_Aei] on 2008-11-21 21:47

แอบกลัวเด็กจะสับสนนะ

แต่ที่จริงเราว่าก็น่าสงสารคนแบบนี้ที่อยากมีลูกนะ

เง่อตัดสินใจไม่ถูกsad smile

#49 By มะเหมี่ยว on 2008-11-21 21:50

อืมม์

ชอบคอมเม้นท์ 17, 40, 43 มากๆเลยครับ

ผมก็คิดนะครับว่า ถ้าอยากจะรับก็รับไปเลย

แต่มันก็เกี่ยวเนื่องกับวงจรสถานะทางสังคมอีก

เพราะเด็กคงสับสนน่าดู

แล้วไหนจะเรื่องวัฒนธรรมสืบทอดเรื่องราว "ทางปาก" แบบชาวบ้านๆอีก

ผมคิดว่าจะกลายเป็นปมด้อยให้เด็กเลยน่ะสิครับ
เพราะเวลาเจอแรงกดดันจากสังคมแล้ว

เด็กก็จะเครียด...อาจจะต้องพึงหมอจิต ในเวลาต่อมาได้

จริงๆ ผมก็ไม่อาจพูดได้เต็มปากหรอกนะครับว่าเด็กจะมีปมด้อยแค่เรื่องแบบนี้ ซึ่งเกิดจากครอบครัวเพศเดียวกัน

แต่ว่า ขนาดครอบครัวปกติ ชาย-หญิง แล้วมีเหตุเป็นไปเช่น พ่อเสีย หรือ แม่ทิ้งไป ไรทำนองนี้

ก็ตกเป็นขี้ปากชาวบ้านเค้าได้เหมือนกัน.........ทำให้เด็กๆอาจถูกมองว่าเป็นเด็กกำพร้า

และผลสืบเนื่องต่อมา ก็คงไม่ต่างอะไรกับ หลักการข้างบนนั่น

แต่ถ้าจะบอกว่า เด็กโตมาจากสภาวะแวดล้อมแบบนั้นจะเบี่ยงเบน

คนที่เบี่ยงเบนซึ่งมารับบุตรบุญธรรม พวกเค้าเติบโตจากครอบครัวเบี่ยงเบนมาก่อนรึไง?
(ผมไม่ได้กล่าวเสียดสีนะครับ แค่ยกอ้างเฉยๆ)

ผมว่า ถึงจะเป็นครอบครัวปกติก็มีลูกเป็นเพศที่ 3 ได้เหมือนกัน

ดังนั้นก็ไม่มีหลักประกันอะไรเลยว่า ลูกจะไม่เป็น เพศที่ 3 หากถูกเลี้ยงดูมาจากครอบครัวธรรมดา

ถ้าคิดตาม สิทธิมนุษย์ ผมคิดว่า อะไรที่ผู้ชายทำได้ ผู้หญิงก็ทำได้ เค้าทำได้ เราก็ทำได้

เลยไม่คิดว่า ครอบครัวเพศเดียวกัน จะเป็นการสปอยเด็ก ให้กลายเป็น โรคจิต

ส่วนคุณคอมเม้นท์ที่ 5 ถ้าคุณจะหมายถึง ฆาตรกรไซโคคนแรกๆของอเมริกา(ป่ะครับ?)

ที่ชื่อ ว่า เอ็ดดี้ ล่ะก็ คนนั้นไม่ได้เกิดมาในครอบครัวเพศเดียวกันอย่างไรนะครับ

เพียงแค่ ตั้งแต่เกิดจนแก่ เขาก็อยู่แต่กับแม่ แล้วพอแม่ของเขาตายไป

ก็ทนไม่ได้ จึงต้องไปขุดศพของแม่มาถลกหนังใส่เหมือนว่าแม่ยังอยู่กับเขาก็เท่านั้นเอง

----------------------------

ผมชอบเอนทรี่นี้นะ

ผมคิดว่า ที่ประเทศอื่นยินยอมแบบเต็มรูปแบบแบบไม่มีข้อกังขาอย่างนั้น

ผมคิดว่า เขาคงต้อง คิดและไตร่ตรอง กันมานานพอดูแล้วล่ะ
ไม่งั้นไม่ออกกฏหมายสุ่มสี่สุ่มห้าที่อาจจะเป็นปัญหาสังคมต่อไปในอนาคตหรอกครับ

แต่ มันไม่เหมาะกับประเทศไทยเพราะแค่ ระดับการศึกษาโดยเฉลี่ย ของเรากับเขาก็ไม่เท่ากันแล้ว

แนะนำพวกคู่ที่อุตส่าห์ไปแต่งงานกันถึงนอร์เวย์ว่า หาที่ทำงานต่างประเทศไปเลยน่าจะดีกว่า

ถึงแม้จะเป็นไปได้ยาก

แต่ผมว่ายังไงสภาพแวดล้อมดีกว่าเยอะ

หากผมได้เป็นครูในอนาคต คงจะได้สอนเด็กๆจากครอบครัวเหล่านี้ที่ว่ากัน

เหอะๆๆ

ปล. ผมแอบกลัวคอมเม้นท์ที่ 40....เมียคนที่ 2 จริงๆนะเออ - -* เงอะ 55+
(ถึงโอกาสเกิดมันจะเป็นไปได้สูงก็เถอะ)

ให้ดาวเลยครับ
Hot! Hot!